
เงื่อนไขการซื้อขาย
บริษัท ช้าง คอนซูเมอร์ จำกัด Chang Consumer Company Limited
โดยที่
(1) ผู้ขายเป็นผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับรับออกแบบและจำหน่ายงานวัสดุ Lavamic พร้อมบริการติดตั้ง
(2) ผู้ซื้อประสงค์จะซื้องานออกแบบและจำหน่ายงานวัสดุ Lavamic พร้อมบริการติดตั้ง ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า สินค้า แก่ผู้ซื้อ โดยผู้ซื้อรับทราบถึงคุณสมบัติ ประเภท ชนิด แบรนด์ การรับประกัน พร้อมรายละเอียดต่างๆของสินค้าและการติดตั้งเป็นอย่างดีแล้ว
โดยผู้ขายจะทำการออกแบบเพื่อเสนอให้ผู้ซื้อพิจารณา เมื่อแบบได้รับการอนุมัติจากทางผู้ซื้อ ผู้ขายจะเริ่มทำการขึ้นแบบสินค้าตัวอย่างให้ผู้ซื้ออนุมัติอีกครั้ง เพื่อทำการสั่งผลิตสินค้าจริงต่อไป โดยสินค้าดังกล่าวเป็นงานศิลป์ ใช้วัสดุธรรมชาติในการผลิต อาจมีความผิดเพี้ยนแตกต่างคลาดเคลื่อนในส่วนวัสดุและกระบวนการการผลิตได้บ้างโดยเฉลี่ยประมาณ15%±
ดังนั้นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญาซื้อขาย (พร้อมติดตั้ง) ดังมีข้อความต่อไปนี้
ข้อ 1. ราคาซื้อขายและการชำระราคา
-
กรณีลูกค้านิติบุคคล ไม่สามารถหักภาษี ณ ที่จ่ายในราคาสินค้ากับทางบริษัทได้ เนื่องจากบริษัทฯ ประกอบกิจการขายสินค้า เว้นแต่ในกรณีการจ้างงานบริการ
-
ผู้ขายจะมีการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎระเบียบและกฎหมายด้านภาษี โดยหากการดำเนินการใดไม่ชัดเจนในด้านภาษี ผู้ขายจะเป็นผู้ที่รับผิดชอบในส่วนต่าง หรือในค่าปรับที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
-
โดยผู้ซื้อจะแบ่งชำระเป็นงวดๆ ดังนี้
-
การยื่นใบเบิกเงินให้ยื่นต่อผู้ซื้อหรือตัวแทนของผู้ซื้อตามที่ผู้ซื้อได้ทำการมอบหมายไว้ โดยมีหัวหน้างานหรือผู้ควบคุมงานรับรองความถูกต้องและตรวจรับสินค้างวดนั้น จึงจะชำระเงินให้ภายในกำหนดการจ่ายเงินของผู้ซื้อ โดยผู้ขายจะต้องส่งหลักฐานใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษีให้ถูกต้องตามรายละเอียดและปริมาณของสินค้าที่ขอเบิกในวันรับเงินทุกงวด
-
สินค้าและบริการ ที่มีการยืนยันสั่งซื้อ หรือสั่งจ้างแล้ว ผู้ขายจะไม่รับคืน หรือยกเลิกในทุกกรณี
-
ข้อ 2. การส่งมอบสินค้า หรือกรณีมีการตกลงให้ส่งมอบพร้อมการติดตั้งสินค้า
ผู้ขายจะต้องส่งมอบสินค้าที่ซื้อขายให้แก่ผู้ซื้อตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
-
ผู้ขายจะดำเนินการติดตั้งสินค้าที่ซื้อขาย ณ ตำแหน่งตามที่ผู้ซื้อกำหนด ตามที่ระบุไว้ในใบเสนอราคา พร้อมทำการทดสอบสินค้าที่ซื้อขายว่าสามารถใช้งานได้สมบูรณ์ตามความประสงค์ของสัญญาฉบับนี้ ภายในกำหนดระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบเสนอราคา
-
กรณีมีการตกลงให้ส่งมอบพร้อมการติดตั้งสินค้า ผู้ซื้อมีหน้าที่ เตรียมสถานที่ พื้นที่ ให้มีความแข็งแรง เหมาะสม พร้อมสำหรับการส่งมอบและติดตั้งสินค้าที่ซื้อขาย เตรียมไฟฟ้าในการทำงานติดตั้ง สิ่งอื่นใดหรือกระทำการอื่นใด ตามที่ได้มีการตกลงกับทางผู้ขายไว้ โดยไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายใดๆกับผู้ขาย ในกรณีที่จะต้องมีการปรับปรุงสถานที่เพิ่มเติม ระยะเวลาการส่งมอบงานอาจมีการขยายเวลาออกไปอีก เพื่อให้ทางผู้ขายสามารถทำการส่งมอบ และ/หรือติดตั้งสินค้าได้ตามปกติ และกรณีผู้ขายเข้าทำการส่งมอบและติดตั้งแล้วหน้างานได้เกิดความไม่พร้อมหรือไม่สามารถส่งมอบและติดตั้งได้ หรือพื้นที่มีความเปลี่ยนแปลงหลังจากที่ได้สำรวจหน้างาน และไม่สามารถทำการส่งมอบและติดตั้งได้ ผู้ซื้อต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายที่มี
-
การส่งมอบสินค้าที่ซื้อขายจะถือว่าถูกต้องตามสัญญาก็ต่อเมื่อผู้ซื้อได้ทำการตรวจรับมอบสินค้าที่ซื้อขายดังกล่าว
-
ผู้ขายตกลงส่งมอบสินค้าที่ซื้อขายให้แก่ผู้ซื้อเมื่อผู้ซื้อพร้อมรับมอบสินค้าที่ซื้อขายแล้ว โดยให้ผู้ขายแจ้งให้ผู้ซื้อทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 วัน เพื่อดำเนินการส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ โดยหากไม่สามารถทำการส่งมอบสินค้าได้เพราะเหตุที่เกิดจากผู้ซื้อและมีค่าใช้จ่ายในการส่งมอบสินค้าในรอบถัดไปผู้ซื้อต้องเป็นผู้รับผิดชอบในค่าใช้จ่ายในการส่งมอบสินค้าดังกล่าวนั้นด้วย
-
ผู้ขายตกลงส่งมอบพร้อมติดตั้งสินค้าที่ซื้อขายให้แก่ผู้ซื้อภายในกำหนด นับแต่ได้รับเงินมัดจำ เว้นแต่ในกรณีที่ผู้ขายไม่สามารถส่งมอบและติดตั้งสินค้าที่ซื้อขายได้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าวอันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัย ผู้ขายต้องดำเนินการส่งมอบและติดตั้งสินค้าที่ซื้อขายให้แก่ผู้ซื้อโดยไม่ชักช้าในทันทีที่เหตุสุดวิสัยนั้นระงับลงพร้อมทั้งให้แนบหนังสือชี้แจงรวมทั้งหลักฐานอันแสดงถึงเหตุสุดวิสัยดังกล่าวมาพร้อมกับการส่งมอบและติดตั้งสินค้าที่ซื้อขายด้วย ผู้ซื้อจะอ้างเป็นเป็นเหตุเรียกร้องค่าเสียหายกับผู้ขายไม่ได้
-
ผู้ขายจะต้องส่งมอบพร้อมติดตั้งสินค้าที่ซื้อขายรวมไปถึงส่วนประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามคุณสมบัติของสินค้าที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้
-
-
การขอขยายหรือเปลี่ยนแปลงระยะเวลาการจัดส่งและส่งมอบสินค้าตามสัญญานี้ จะเกิดขึ้นเมื่อได้รับความเห็นชอบร่วมกันระหว่างผู้ซื้อ และผู้ขายซึ่งกำหนดให้ทำเป็นบันทึกข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น
-
การขอขยายระยะเวลาการจัดส่งและส่งมอบสินค้าของผู้ขายโดยอ้างว่ากรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนหรือเหตุสุดวิสัยผู้ขาย"ต้องแจ้งให้ผู้ซื้อทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 30 (สามสิบ) หลังเกิดเหตุดังกล่าว
-
ผู้ซื้อมีสิทธิที่จะทำการแก้ไข เพิ่ม หรือลดสินค้าจากแบบและรายการเดิม โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ขาย และเมื่อผู้ขายตกลงตามปริมาณสินค้าที่เพิ่มหรือลดลงแล้ว ให้คิดราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงโดยใช้ราคาต่อหน่วยซึ่งปรากฏในใบเสนอราคาเพื่อยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรและชำระเงินก่อนดำเนินการ ในกรณีผู้ซื้อทำการแก้ไขลดสินค้าจากแบบและรายการเดิม ผู้ซื้อต้องชำระราคาสินค้าที่ลดลง ซึ่งเป็นกรณีที่พ้นวิสัยเนื่องจากมีการผลิตขึ้นมาแล้วผู้ขายขอสงวนสิทธิ์ในการไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือคืนสินค้าได้ โดยใช้ราคาต่อหน่วยซึ่งปรากฏในใบเสนอราคา ร่วมทั้งชำระค่าใช้จ่าย ค่าเสียหาย หรือค่าอื่นใด ที่เกิดขึ้นให้ผู้ขาย เพื่อยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรและชำระเงินก่อนดำเนินการ
ข้อ 3. การรับประกัน
-
การรับประกันสินค้า วัสดุ หรืออุปกรณ์ ในกรณีไม่มีการติดตั้ง ผู้ขายจะไม่รับประกันสินค้า วัสดุ หรืออุปกรณ์ใด ๆ ที่จัดส่งให้แก่ผู้ซื้อ โดยผู้ซื้อมีหน้าที่ตรวจสอบความเรียบร้อยของสินค้าและรับผิดชอบการใช้งาน ติดตั้ง และบำรุงรักษาตามคู่มือหรือคำแนะนำจากผู้ผลิตแต่เพียงผู้เดียว
-
การรับประกันในกรณีมีการตกลงให้ส่งมอบพร้อมการติดตั้งสินค้าโดยผู้ขาย ในกรณีที่มีการตกลงให้ผู้ขายดำเนินการติดตั้งสินค้าพร้อมส่งมอบ ผู้ขายจะรับประกันเฉพาะในส่วนของงานติดตั้งเท่านั้น โดยมีเงื่อนไขและระยะเวลารับประกันนับจากวันที่ส่งมอบและติดตั้งแล้วเสร็จเป็นระยะเวลาตามที่ระบุโดยอ้างอิงข้อมูลจากใบเสนอราคา
หากผู้ขายตรวจสอบพบว่าความชำรุดบกพร่องมิได้เกิดตามเงื่อนไขการรับประกัน ทางผู้ขายจะแจ้งเรื่องค่าสินค้าวัสดุอุปกรณ์และค่าแรงในการเข้าตรวจสอบเป็นไปตามที่ผู้ขายแจ้งผู้ซื้อ ณ เวลานั้นๆ ให้ผู้ซื้อพิจารณาและชำระเงินก่อนการเข้าดำเนินการ หรือหากผู้ขายมีการดำเนินการเรื่องค่าสินค้าวัสดุอุปกรณ์และค่าแรงในการเข้าตรวจสอบไปแล้วผู้ซื้อยินดีที่จะชำระเงินดังกล่าวให้ผู้ขายในภายหลังการดำเนินการในทันที
ข้อ 4. คำรับรองและคำรับประกันของผู้ขาย
-
ผู้ขายรับรองและรับประกันว่าสินค้าที่ซื้อขายเป็นที่ได้มาตรฐานและถูกต้องตามกฎหมาย มีคุณภาพดี ไม่หมดอายุ เป็นของแท้ ของใหม่ ไม่เคยใช้งานมาก่อน ไม่เป็นของเก่าเก็บ ทำด้วยวัสดุอย่างดี ใช้ฝีมือแรงงานที่มีคุณภาพ ติดตั้งถูกต้องตามมาตรฐาน มีจำนวนครบถ้วน และมีคุณสมบัติถูกต้องตรงตามสัญญา นอกจากนี้ผู้ขายรับรองว่าสินค้าที่ซื้อขาย และวัสดุอุปกรณ์ทั้งหมดไม่มีความชำรุดบกพร่อง ปลอดจากข้อผูกพัน การรอนุสิทธิ ข้อจำกัด การยึดหน่วง สิทธิเรียกร้อง หรือภาระติดพันทั้งปวง โดยสินค้าที่ซื้อขายจะต้องสามารถใช้งานได้ตามที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้ทุกประการ
-
ผู้ซื้อรับทราบว่า การออกแบบ รายการและรายละเอียดสินค้า และข้อมูลต่างๆที่ผู้ขายนำเสนองานขาย เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ขายเท่านั้น หากลูกค้าเลือกที่จะไม่ใช้สินค้าและ/หรือบริการจาก หรือมีการยกเลิกสัญญาซึ่งมิใช้ความผิดของผู้ขาย แต่ได้ใช้แบบ รายการคำนวณ รายการและรายละเอียดสินค้า และข้อมูลต่างๆที่ผู้ขายนำเสนองานขายที่ทางผู้ขายจัดทำเสนอให้ ไปใช้งานต่อเอง หรือไปให้บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นดำเนินการซื้อขาย ผลิต หรือติดตั้ง ทางผู้ขายขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายหรือปัญหาใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำดังกล่าวของผู้ซื้อ และผู้ขายขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายจากการใช้หรือละเมิดต่อทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ขาย
-
เงื่อนไขและรายละเอียดดังต่อไปนี้จะไม่อยู่ในเงื่อนไขความคุ้มครองของการประกันสินค้า หรือการติดตั้งในกรณีมีการตกลงให้ส่งมอบพร้อมการติดตั้งสินค้า
-
การดัดแปลงสภาพ
-
ความเสียหายจากการเคลื่อนย้าย และขาดการดูแลรักษา
-
ความเสียหายซึ่งเกิดจากสัตว์ หรือ แมลงทำลาย
-
ความเสียหายอันเกิดจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ฟ้าผ่า แผ่นดินไหว ลูกเห็บ หรือ ไฟไหม้ หรือเหตุสุดวิสัย ฯลฯ
-
การสึกหรอจากการใช้งาน หรือการเปลี่ยนสภาพตามธรรมชาติ เช่น แตก สึกกร่อน ขึ้นสนิม รอยขูดขีด รอยเปรอะเปื้อน
-
ความเสียหายอันเกิดจากการซ่อมแซม ยุ่งเกี่ยว แก้ไข ดัดแปลงด้วยตนเองหรือ บุคคลอื่นที่ ไม่ได้รับการรับรองจากผู้ขาย
-
ความเสียหายอันเกิดจากการใช้งาน การขาดการบำรุงรักษาที่ดีที่ถูกวิธี
-
การประท้วง การปิดโรงงาน หรือความขัดข้องทางภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ
-
สงคราม (ไม่ว่าเป็นสงครามที่ประกาศหรือไม่ประกาศ) การระดมพลทหาร หรือการเรียกตัวของกองทัพอื่นๆ ที่นอกเหนือจากความคาดหมาย การกระทำของผู้ก่อการร้าย การปิดล้อม การจลาจลการก่อการกบฏ ความวุ่นวายในบ้านเมือง การปฏิวัติ การทำรัฐประหาร การก่อวินาศกรรม การทำลายทรัพย์สิน หรือการกระทำของศัตรูต่อสาธารณะ
-
กรณีความล่าช้าจากการกระจาย จัดส่งสินค้า และซัพพลายเออร์
-
กรณีโรงงานผู้ผลิตปิดกิจการ ยกเลิกการผลิต หรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขข้อกำหนด หรือกระทำการใดๆ อันมีผลกระทบต่อเงื่อนไขความคุ้มครองของการประกันสินค้าของผู้ขาย ซึ่งเป็นในส่วนความรับผิดชอบดูแลของผู้ผลิตโดยตรง
-
กรณีความสูญหาย เสียหายที่เกิดจากบุคคล สัตว์ สภาพแวดล้อม หรือเหตุปัจจัยภายนอกต่างๆ เช่น การถูกเศษของแข็งตกกระทบ การปายิงหิน กิ่งไม้หล่นทับ ขี้นก หรือกรดด่างเคมีต่างๆทำให้เสียหาย ฯลฯ
-
ผลโดยทางตรงและทางอ้อม จากกรณีที่ไม่อยู่ในเงื่อนไขความคุ้มครองของการประกันสินค้าทุกข้อข้างต้น
-
ความเสียหาย และผลเกี่ยวเนื่อง จากความชำรุด บกพร่อง ของพื้นที่ติดตั้ง
-
ข้อ 5. หน้าที่และความรับผิดของผู้ซื้อ
-
รายละเอียด ข้อมูล เอกสาร แบบ รูปภาพ หรือข้อกำหนดใด ๆ ที่ผู้ขายได้จัดทำขึ้นตามคำสั่ง คำแนะนำ หรือข้อกำหนดของผู้ซื้อ ผู้ซื้อขอรับรองและยืนยันว่ารายละเอียดดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมาย และมิได้ละเมิดหรือขัดต่อสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า ความลับทางการค้า หรือสิทธิอื่นใดของบุคคลที่สามทั้งสิ้น ทั้งนี้ ผู้ซื้อจะต้องเป็นผู้จัดหา รับรอง หรือขอความยินยอมที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วยตนเอง โดยผู้ขายไม่มีหน้าที่และไม่มีสิทธิ์รับผิดชอบเกี่ยวกับการอนุญาตหรือความยินยอมดังกล่าวแต่อย่างใด
หากมีข้อพิพาท การกล่าวอ้าง หรือการเรียกร้องสิทธิใด ๆ จากบุคคลที่สาม อันเนื่องมาจากรายละเอียดหรือข้อมูลที่ผู้ซื้อเป็นผู้กำหนดหรือจัดหา ผู้ซื้อจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ดำเนินการแก้ไขปัญหา และชดใช้ค่าเสียหาย ความเสียหายทางกฎหมาย ค่าใช้จ่าย หรือค่าปรับใด ๆ ที่เกิดขึ้นแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยผู้ขายมีสิทธิ์เพียงปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ซื้อในฐานะผู้จัดทำหรือผู้ผลิตเท่านั้น และจะไม่ต้องร่วมรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น -
ผู้ซื้อตกลงอนุญาตให้ผู้ขายเข้ามา ณ สถานประกอบการเพื่อส่งมอบสินค้า ติดตั้ง บำรุงรักษา แก้ไข ซ่อมแซมและขนย้ายอุปกรณ์ตลอดจนกระทำการใด ๆ ตามที่จำเป็น เป็นครั้งคราวตามที่ระบุในสัญญาฉบับนี้โดยไม่ถือว่าเป็นการบุกรุกหรือละเมิดต่อผู้ซื้อแต่อย่างใด
นอกจากนี้ผู้ซื้อตกลงอำนวยความสะดวกและจัดให้มี น้ำประปา ไฟฟ้ารวมถึงแสงสว่างตามที่จำเป็นต่อการดำเนินการของผู้ขาย
กรณีผู้ขายได้เตรียมการทำงานหรือเข้าทำงานตามที่ตกลงแล้ว พบอุปสรรคไม่สามารถทำงานได้ หรือทำได้ไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ ผู้ขายขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกค่าใช้จ่ายหรือค่าอื่นใดๆที่เกิดขึ้นกับทางผู้ซื้อจากเหตุดังกล่าว -
ผู้ซื้อรับรองว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อาคารที่ติดตั้ง และยินยอมให้ผู้ขายติดตั้งสินค้าในสถานที่ของผู้ซื้อ
ข้อ 6. การโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าที่ซื้อขาย
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงว่ากรรมสิทธิ์ในสินค้าที่ซื้อขายจะถูกโอนไปยังผู้ซื้อก็ต่อเมื่อผู้ซื้อได้ทำการรับมอบการส่งมอบสินค้าที่ซื้อขายซึ่งติดตั้งแล้วเสร็จ และผู้ซื้อได้ทำการชำระค่าสินค้าให้แก่ผู้ขายครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว หากผู้ซื้อชำระราคาค่าสินค้าหรือหนี้ตามสัญญายังไม่ครบถ้วน ราคาค่าสินค้าในส่วนที่เหลือหรือหนี้ตามสัญญาจะตกแก่ทายาทของผู้ซื้อ โดยทายาทจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนที่ยังไม่ได้ชำระหรือยังค้างอยู่จนกว่าจะครบถ้วน
ข้อ 7. การผิดสัญญาและการเลิกสัญญา
ให้สัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลงในกรณีดังต่อไปนี้
-
เมื่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรให้สัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลง
-
เมื่อศาลมีคำสั่งให้คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตกเป็นบุคคลล้มละลายหรืออยู่ภายใต้คำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการตามที่กำหนดในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาฉบับนี้โดยแจ้งให้คู่สัญญาฝ่ายนั้นทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
-
เมื่อคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งปฏิบัติผิดสัญญาฉบับนี้ และไม่แก้ไขเหตุผิดสัญญาดังกล่าวภายในระยะเวลา 7 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าวจากคู่สัญญาฝ่ายที่มิได้ปฏิบัติผิดสัญญา และคู่สัญญาฝ่ายที่มิได้ปฏิบัติผิดสัญญาได้ส่งหนังสือบอกเลิกสัญญาฉบับนี้ให้แก่คู่สัญญาฝ่ายที่ผิดสัญญาโดยให้การเลิกสัญญาฉบับนี้มีผลเมื่อพ้นระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่ส่งหนังสือบอกเลิกสัญญา การใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามข้อนี้ไม่เป็นการตัดสิทธิของคู่สัญญาใน การเรียกร้องค่าเสียหายอื่นใดตามกฎหมาย
-
กรณีผู้ซื้อขอยกเลิกคำสั่งซื้อหรือการส่งมอบสินค้า กรณีที่ผู้ซื้อไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ หรือให้ผู้ขายเข้าทำงานได้ หรือหากติดตั้งไปแล้วต้องหยุดเพราะความผิดของผู้ซื้อ เช่น เหตุเกี่ยวกับหน่วยงานราชการ เหตุเกี่ยวกับปัญหาของทางผู้ซื้อเอง และหากผู้ขายติดขัดในการส่งมอบสินค้า หรือเมื่อผู้ซื้อไม่ชำระค่าสินค้าส่วนหนึ่งส่วนใด หรือกระทำการผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใด ผู้ขายจะทำการแจ้งให้ผู้ซื้อทราบและแก้ไขเหตุนั้นภายในระยะเวลา 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือหรือการบอกกล่าวจากผู้ขาย หากผู้ซื้อมิได้ปฏิบัติแก้ไขให้เหตุนั้นหมดไป ผู้ขายมีสิทธิริบเงินมัดจำค่าสินค้าและจองคิวติดตั้ง หรือเงินอื่นใดที่ผู้ซื้อได้ชำระมาก่อนแล้วไว้ และสามารถเข้าทำการขนย้ายสินค้าที่ได้มีการส่งมอบไว้คืนจากผู้ซื้อโดยไม่ถือว่าเป็นการบุกรุกหรือละเมิดต่อผู้ซื้อแต่อย่างใด เรียกค่าเสียหายเสียโอกาสที่เกิดจากการผิดสัญญาของผู้ซื้อ ปรับล่าช้า หรือการกระทำการอื่นใด เพื่อการป้องกันความเสียหาย สูญหายของตัวสินค้าหรือประโยชน์ของผู้ขาย หรือใช้สิทธิตามกฎหมาย กระทำการตามที่ผู้ขายเห็นสมควรเหมาะสม โดยผู้ซื้อจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายใดๆจากผู้ขายได้
ข้อ 8. การแก้ไขสัญญา
การเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาฉบับนี้จะไม่มีผลใช้บังคับ เว้นแต่มีการตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรลงลายมือชื่อโดยคู่สัญญาหรือผู้แทนผู้มีอำนาจของคู่สัญญาแต่ละฝ่าย ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขเพิ่มเติมใดๆ จะมีผลกระทบต่อข้อสัญญาที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น และส่วนข้อสัญญาอื่นๆ ในสัญญาฉบับนี้จะยังคงมีผลใช้บังคับอย่างเต็มที่ การตกลงแก้ไขสัญญาหรือเอกสารอันเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาด้วยวาจาไม่สามารถกระทำได้และไม่มีผลใช้บังคับ
ผู้ซื้อมีสิทธิ์ที่จะทำการแก้ไข เพิ่ม หรือลดสินค้าจากแบบและรายการเดิม โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ขาย และเมื่อผู้ขายตกลงตามปริมาณสินค้าที่เพิ่มหรือลดลงแล้ว ให้คิดราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงโดยใช้ราคาต่อหน่วยซึ่งปรากฏในใบเสนอราคา การลดหรือเพิ่มปริมาณสินค้าเพื่อยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรและชำระเงินก่อนดำเนินการ หากทำให้ผู้ขายไม่สามารถส่งสินค้าได้ทันภายในกำหนด ผู้ซื้อยินยอมขยายระยะเวลาให้แก่ผู้ขายเท่ากับระยะเวลาที่เสียไปจริง โดยไม่ถือว่าเป็นการกระทำผิดสัญญาของผู้ขายแต่อย่างใด
ข้อ 9. การรักษาความลับ
-
คู่สัญญาทุกฝ่ายตกลงเก็บรักษาเนื้อหาและธุรกรรมที่กำหนดโดยสัญญาฉบับนี้ รวมถึงข้อมูลทั้งหลายที่ได้รับจากหรือที่จัดส่งให้แก่คู่สัญญาอีกฝ่ายตามวิธีการทำธุรกรรมที่กำหนดหรือเกี่ยวเนื่องกับสัญญาฉบับนี้เป็นความลับอย่างเคร่งครัดตลอดเวลา และจะต้องไม่นำไปเปิดเผยต่อบุคคลใดๆ
-
คู่สัญญาทุกฝ่ายตกลงว่าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งสามารถเปิดเผยข้อมูลส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของสัญญาฉบับนี้ ตลอดจนการดำเนินการใดๆ หรือข้อมูลใดๆ ที่ได้รับภายใต้สัญญาฉบับนี้ในกรณีดังต่อไปนี้
-
เป็นการเปิดเผยให้แก่ที่ปรึกษา หรือลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของตนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการใดๆ ภายใต้สัญญาฉบับนี้ หรือเป็นกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีความจำเป็นจะต้องรู้ข้อมูลตามสัญญาฉบับนี้ โดยคู่สัญญาฝ่ายที่เป็นผู้เปิดเผยข้อมูลจะต้องดำเนินการให้บุคคลดังกล่าวตกลงที่จะเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวเป็นความลับตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาฉบับนี้
-
เป็นการเปิดเผยตามที่กฎหมายบังคับ หรือเพื่อปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของกฎหมาย ซึ่งคู่สัญญาจะต้องปฏิบัติตาม
-
เป็นการเปิดเผยให้แก่หน่วยราชการหรือองค์กรของประเทศใดๆ หรือของรัฐใดๆ
-
เป็นการเปิดเผยข้อมูลภายหลังจากที่ข้อมูลดังกล่าวตกเป็นข้อมูลสาธารณะ
-
การเปิดเผยความลับให้บุคคลอื่นภายนอกจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากคู่สัญญา
-
-
ข้อกำหนดในข้อนี้ให้คงมีผลบังคับใช้ได้ต่อไปแม้สัญญาฉบับนี้จะมีการบอกเลิกหรือสิ้นอายุลง
ข้อ 10. การแยกต่างหากของสัญญา
หากข้อความและ/หรือข้อตกลงและ/หรือเงื่อนไขใดในสัญญาฉบับนี้ตกเป็นโมฆะ ไม่มีผลสมบูรณ์ หรือไม่มีผลใช้บังคับไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม คู่สัญญาตกลงให้ข้อความและ/หรือข้อตกลงและ/หรือเงื่อนไขที่เป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ ขัดต่อกฎหมายหรือใช้บังคับไม่ได้นั้น ไม่กระทบต่อความสมบูรณ์ของข้อความและ/หรือข้อตกลงและ/หรือเงื่อนไขส่วนที่เหลือและให้ข้อความและ/หรือข้อตกลงและ/หรือเงื่อนไขส่วนที่เหลือมีผลใช้บังคับได้ต่อไป ทั้งนี้ คู่สัญญาจะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่และโดยสุจริตในการร่วมกันแก้ไขข้อความและ/หรือข้อตกลงและ/หรือเงื่อนไขที่เป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ ขัดต่อกฎหมาย หรือใช้บังคับไม่ได้ดังกล่าวให้เป็นข้อสัญญาที่สมบูรณ์และใช้บังคับได้ใกล้เคียงกัน หรือตรงตามความประสงค์แรกเริ่มของคู่สัญญาต่อไป
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่และ โดยสุจริตในการร่วมกันแก้ไขข้อกำหนดเงื่อนไข หรือข้อตกลงที่เป็นโมฆะไม่สมบูรณ์ ขัดต่อกฎหมาย หรือใช้บังคับไม่ได้ดังกล่าวให้เป็นข้อสัญญาที่สมบูรณ์และใช้บังคับได้ใกล้เคียงกันหรือตรงตามเจตนาของคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่อไป
ข้อ 11. การบอกกล่าว
การบอกกล่าวใดๆตามสัญญาฉบับนี้ หากคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ทำเป็นหนังสือและส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังที่อยู่ของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งตามที่อยู่ซึ่งระบุไว้ในใบเสนอราคา หรือในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ส่งคำบอกกล่าวโดยทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศใดๆที่สามารถติดต่อสื่อสารได้ถึงกันแล้ว ให้ถือเป็นการบอกกล่าวที่ชอบด้วยกฎหมายและคู่สัญญาฝ่ายนั้นได้รับทราบแล้ว
ข้อ 12. การโอนสิทธิ
เว้นแต่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาฉบับนี้สิทธิและหน้าที่ตามสัญญาฉบับนี้ไม่สามารถโอน หรือจำหน่าย ได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง
ข้อ 13. กฎหมายที่ใช้บังคับและการระงับข้อพิพาท
-
สัญญาฉบับนี้ให้ใช้บังคับและตีความตามกฎหมายไทย
-
ข้อพิพาท ข้อโต้แย้ง หรือสิทธิเรียกร้องใดๆ ที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวกับสัญญาฉบับนี้ซึ่งไม่สามารถตกลงกันได้ระหว่างคู่สัญญาให้นำเสนอต่อศาลที่ผู้ขายหรือผู้ซื้อมีภูมิลำเนา หรือศาลที่มูลคดีเกิดขึ้น
ข้อ 14. บทเบ็ดเตล็ดทั่วไป
-
การที่ “ผู้ขาย” ไม่ใช้สิทธิใดๆ ในการบังคับให้ “ผู้ซื้อ” ปฏิบัติตามเงื่อนไขในข้อหนึ่งข้อใดแห่งสัญญาฉบับนี้ มิให้ถือว่า “ผู้ขาย” ยินยอมหรือสละสิทธิดังกล่าวหรือละเว้นข้อสาระสำคัญแห่งสัญญาฉบับนี้แต่ประการใด และแม้ “ผู้ขาย” จะยินยอมให้ “ผู้ซื้อ” ปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติการอันใดอันแตกต่างไปจากสัญญาฉบับนี้ก็ให้ถือว่าเป็นการยินยอมเฉพาะกรณีหรือเฉพาะคราวเท่านั้นมิได้ถือว่าเป็นการยินยอมในกรณีหรือคราวอื่นภายหลังด้วย
-
ผู้ขายมีสิทธินำเอางานส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งสัญญานี้ไปให้บุคคลอื่นทำแทนได้ ทั้งนี้ ผู้ขายต้องควบคุมบุคคลผู้รับช่วงงานนี้ให้ปฏิบัติตามสัญญานี้ โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ซื้อ และผู้ขายยังคงต้องรับผิดชอบในงานที่ได้มอบหมายให้ผู้อื่นไปนั้นเสมือนหนึ่งว่าผู้ขายได้ดำเนินการด้วยตนเอง
-
การลงนามในเอกสารใบเสนอราคาเรียบร้อยแล้ว ถือว่าเป็นการผูกพันในสัญญาซื้อขาย (พร้อมติดตั้ง) นี้ด้วย
ข้อ 15. เอกสารอันเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
เอกสารดังต่อไปนี้ ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้
-
เอกสารแนบท้ายนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
-
ใบเสนอราคา
-
แบบดีไซน์ แบบการติดตั้ง แบบอื่นๆ
-
เอกสารสเปคสินค้า
-
เอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
ความใดในเอกสารที่ขัดแย้งกับข้อความในสัญญาฉบับนี้ ให้ใช้ข้อความในสัญญาฉบับนี้บังคับและในกรณีที่เอกสารแนบท้ายสัญญาขัดแย้งกันเอง ให้ผู้ขายและผู้ซื้อทำการเจรจาตกลงกันเพื่อหาข้อยุติ
เอกสารแนบท้ายสัญญาซื้อขายที่ 1
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ช้าง คอนซูเมอร์ จำกัด ต่อจากนี้ เรียกว่า “บริษัทฯ” ตระหนักถึงความสำคัญและหน้าที่ภายใต้ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 โดยให้ความสำคัญในการเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัว และมุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่งที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของทุกท่านให้มีความปลอดภัย นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ ให้ใช้กับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า หรือผู้รับบริการต่างๆ ของบริษัทฯ เพื่อแจ้งและอธิบายให้ทราบว่า บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร ข้อมูลใดบ้างที่บริษัทฯ จัดเก็บ มีวัตถุประสงค์ใดในการประมวลผลข้อมูล มีการเปิดเผยข้อมูลของท่านอย่างไร มีมาตรการในการรักษาปกป้องข้อมูลของท่านอย่างไร รวมถึงสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. นโยบายนี้มีผลบังคับใช้กับใครบ้าง
นโยบายนี้ครอบคลุมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า หรือผู้รับบริการต่างๆ ของบริษัทฯ เช่น ลูกค้า ผู้รับบริการ รวมถึงบุคคลใดๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับการกิจการของบริษัทฯ ตัวอย่างเช่น บุคคลอ้างอิง หรือบุคคลติดต่อกรณีฉุกเฉิน เป็นต้น
2. ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง
2.1 ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data) หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม ตัวอย่างเช่น ชื่อ นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ อีเมล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน เป็นต้น แต่ไม่รวมถึง
2.1.1 เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายที่ระบุในเรื่องนั้นโดยเฉพาะหรือปฏิบัติตามคำสั่งศาลหรือหน่วยงานรัฐ
2.1.2 เป็นการเปิดเผยให้เฉพาะเป็นการภายในของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในโครงการครั้งนี้เท่านั้น
2.1.3 เป็นการเปิดเผยข้อมูลโดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ให้ข้อมูล เป็นลายลักษณ์อักษรก่อนที่ผู้รับข้อมูลจะเปิดเผยข้อมูลนั้น
2.1.4 เป็นข้อมูลที่รู้กันโดยทั่วไปอยู่แล้ว
2.1.5 เป็นข้อมูลที่บริษัททราบอยู่ก่อนแล้วจากแหล่งข้อมูลอื่นๆ โดยเปิดเผยและมีหลักฐานที่ระบุชัด
2.1.6 เป็นข้อมูลที่มาจากการพัฒนาโดยอิสระของผู้รับข้อมูลเอง
2.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Personal Data) หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายกำหนดเป็นการเฉพาะ เช่น เชื้อชาติ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนา หรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ (Biometric) หรือข้อมูลอื่นใดในทำนองเดียวกันที่กฎหมายกำหนด ซึ่งบริษัทฯ ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยบริษัทฯ จะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ต่อเมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรือในกรณีที่บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องดำเนินการตามที่กฎหมายอนุญาต
กรณีบริษัทฯ ได้รับสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของลูกค้า หรือบริษัทฯ นำข้อมูลของลูกค้าออกจากบัตรประจำตัวประชาชนด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตัวตนของลูกค้าที่สมัครใช้บริการ และ/หรือทำธุรกรรมใดๆ กับบริษัทฯ ข้อมูลที่ได้รับจะมีข้อมูลศาสนาด้วย ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Personal Data) บริษัทฯ ไม่มีนโยบายจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวจากลูกค้า ยกเว้นในกรณีที่บริษัทฯ ได้รับความยินยอมจากลูกค้า ทั้งนี้บริษัทฯ จะกำหนดวิธีการจัดการตามแนวทางปฏิบัติ และเป็นไปตามที่กฎหมายอนุญาต
3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม
3.1 รายละเอียดส่วนบุคคลของท่าน หรือของบุคคลอื่น ที่ท่านให้ไว้แก่บริษัทฯ หรือที่บริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงโดยท่าน
4. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล
4.1 บริษัทฯ จะรวบรวมข้อมูลที่ท่านได้ให้ไว้ขณะทำกิจกรรมหรือติดต่อธุรกรรม หรือทำธุรกรรมออนไลน์ ไม่ว่าช่องทางใดๆ ก็ตาม และข้อมูลการร่วมกิจกรรมต่างๆ บนสื่อออนไลน์ของบริษัทฯ
4.2 เมื่อท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นแก่บริษัทฯ ท่านขอยืนยันว่าท่านได้แจ้ง และได้รับอนุญาตจากเจ้าของข้อมูล เพื่อการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ซึ่งจะถูกใช้ตามวัตถุประสงค์ของบริษัทฯ ต่อไป
5. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ ดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยมีวัตถุประสงค์ภายใต้ฐานในการประมวลผลข้อมูล ดังต่อไปนี้
5.1 การพิจารณาอนุมัติ และปฏิบัติตามสัญญา การทำธุรกรรม หรือกิจกรรม ระหว่างท่านกับบริษัทฯ ซึ่งหมายรวมถึงขั้นตอนต่างๆ ที่จำเป็น เช่น การติดต่อเพื่อเข้ารับเอกสารจากท่านสำหรับประกอบการพิจารณา และอนุมัติสินเชื่อ
5.2 สร้าง ปรับปรุง จัดการ และส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการ ผลประโยชน์ และสิทธิพิเศษต่างๆ
5.3 ให้การบริการของบริษัทฯ แก่ท่าน รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการประมวลผลธุรกรรมใดๆ ของท่าน
5.4 ดำเนินการตามคำขอ ท่านเป็นผู้ยื่นคำร้องขอแก่บริษัทฯ เอง
5.5 นำส่งเอกสาร จดหมาย และ/หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหมายรวมถึงการนำส่งในรูปแบบปกติหรือทางอิเล็กทรอนิกส์ (SMS, Email)
5.6 ปฏิบัติตามกฎหมาย และข้อบังคับของหน่วยงานที่กำกับดูแลบริษัทฯ
5.7 ปกป้องผลประโยชน์โดยชอบของบริษัทฯ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การรักษาความปลอดภัยของสถานที่ และทรัพย์สิน การวิเคราะห์ข้อมูล การรับประกันคุณภาพของบริการ การตรวจสอบของผู้ตรวจสอบทั้งภายในและภายนอก การรักษาความปลอดภัยของเทคโนโลยีสารสนเทศและเครือข่าย และการบริหารสินเชื่อและความเสี่ยง
5.8 การจัดการข้อร้องเรียนที่ท่านมีต่อบริษัทฯ
5.9 ประโยชน์ในการจัดทำฐานข้อมูล และใช้ข้อมูลเพื่อเสนอสิทธิประโยชน์ต่างๆ หรือเพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์ และนำเสนอบริการ หรือผลิตภัณฑ์ใดๆ ของบริษัทฯ บริษัทฯในเครือ หรือคู่ค้าทางธุรกิจของบริษัทฯ หรือเพื่อนำมาพัฒนา ปรับปรุง ด้านการตลาด ผลิตภัณฑ์ และการให้บริการเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า
5.10 เพื่อการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ หรือของบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บริษัทฯ ซึ่งจะไม่ละเมิดสิทธิพื้นฐาน หรือสิทธิทางเสรีภาพของท่าน
บริษัทฯ จะขอความยินยอมจากท่าน กรณีที่มีกฎหมายกำหนดให้ขอความยินยอม หรือบริษัทฯ ไม่มีเหตุผลให้ใช้ฐานการประมวลผลข้างต้นเพื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมมาจากท่านได้
6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทฯ จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลที่สาม ไม่ว่าจะมีสภาพเป็นนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดา ภายใต้ขอบเขตที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ หรือการให้บริการอันเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การจัดทำฐานข้อมูล และใช้ข้อมูลเพื่อเสนอสิทธิประโยชน์ต่างๆ หรือเพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์ และนำเสนอบริการ หรือผลิตภัณฑ์ใดๆเท่านั้น ซึ่งท่านได้รับทราบและให้การยินยอมไว้ โดยบริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลแก่
6.1 คู่ค้าทางธุรกิจ ซึ่งอาจมีสถานะเป็นนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดา เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามการให้บริการ การจัดทำฐานข้อมูล และใช้ข้อมูลเพื่อเสนอสิทธิประโยชน์ต่างๆ หรือเพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์ และนำเสนอบริการ หรือผลิตภัณฑ์ใดๆแก่ท่าน หรือการพัฒนาการให้บริการแก่ท่าน ในนามของบริษัทฯ บริษัทฯในเครือ หรือคู่ค้าทางธุรกิจของบริษัทฯ
6.2 ผู้ให้บริการ หมายถึง นิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดา ที่บริษัทฯ พิจารณาแล้วว่าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการให้บริการแก่ท่าน ซึ่งผู้ให้บริการที่บริษัทฯ มีการใช้บริการอยู่ เช่น ผู้ประกอบธุรกิจติดตามทวงถามหนี้ ผู้ให้บริการจัดเก็บเอกสาร ผู้ให้บริการจัดพิมพ์เอกสาร ผู้ให้บริการจัดส่งเอกสาร เป็นต้น
6.3 หน่วยงาน หรือ บุคคลอื่นใด ที่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด สถานีตำรวจ ศาล กรมบังคับคดี บริษัทบริหารสินทรัพย์ (คลินิกแก้หนี้) และหน่วยงานอื่นๆ ที่บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องนำส่งข้อมูลตามกฎหมาย
7. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
บริษัทฯ อาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบริษัทในเครือเดียวกันที่อยู่ต่างประเทศ ส่งหรือโอนข้อมูลไปยังผู้รับข้อมูลอื่น เช่น การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อจัดเก็บไว้บน Server หรือ Cloud ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ จะพิจารณาให้มั่นใจได้ว่าประเทศปลายทางนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอตามที่กฎหมายกำหนด
8. การเก็บรักษาและระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทฯ จะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นเพื่อการใช้ตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทฯ และเพื่อการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย และการกำกับดูแล เช่น กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ที่ให้บริษัทฯ จัดเก็บข้อมูลของท่านไว้เป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ท่านสิ้นสุดสัญญากับบริษัทฯ เว้นแต่บริษัทฯ ใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรืออยู่ระหว่างกระบวนการตามกฎหมาย จนกว่าคดีจะถึงที่สุด ทั้งนี้หากบริษัทฯ ไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลอีกต่อไป บริษัทฯ จะลบข้อมูลนั้นออกจากระบบ และ/หรือดำเนินการให้ข้อมูลนั้นกลายเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถบ่งชี้ตัวบุคคล เพื่อที่ท่านจะไม่สามารถถูกบ่งชี้ตัวตนจากข้อมูลนั้นได้อีกต่อไป ทั้งนี้ภายใต้ภาระหน้าที่การดำรงข้อมูลไว้ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
9. บริษัทฯ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร
บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นอย่างดีตามมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Measure) และมาตรการเชิงบริหารจัดการ (Organizational Measure) เพื่อรักษาความปลอดภัยในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม และเพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทฯ ได้กำหนดนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้รับข้อมูลไปจากบริษัทฯ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลนอกวัตถุประสงค์ หรือโดยไม่มีอำนาจหรือโดยมิชอบ และบริษัทฯ ได้มีการปรับปรุงนโยบาย ระเบียบและหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นระยะตามความจำเป็น และเหมาะสม นอกจากนี้ผู้บริหาร พนักงาน ผู้รับจ้าง ตัวแทน ที่ปรึกษา และผู้รับข้อมูลจากบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรการรักษาความลับที่บริษัทฯ กำหนด
10. สิทธิของเจ้าของข้อมูล
สิทธิในส่วนนี้หมายถึงสิทธิตามกฎหมายที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งท่านอาจขอใช้สิทธิเหล่านี้กับบริษัทฯ ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดและกระบวนการจัดการสิทธิของบริษัทฯ
10.1 สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม
หากท่านได้ให้ความยินยอมให้บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับบริษัทฯ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมายหรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่ ทั้งนี้ การถอนความยินยอมของท่านอาจส่งผลกระทบต่อท่านจากการใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการต่างๆ เช่น ท่านจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ โปรโมชั่นหรือข้อเสนอใหม่ๆ ไม่ได้รับผลิตภัณฑ์
หรือบริการที่ดียิ่งขึ้นและสอดคล้องกับความต้องการของท่าน หรือไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์แก่ท่าน เป็นต้น เพื่อประโยชน์ของท่านจึงควรศึกษา และสอบถามถึงผลกระทบก่อนเพิกถอนความยินยอม
10.2 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และขอให้บริษัทฯ ทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้กับท่าน รวมถึงขอให้บริษัทฯ เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมไว้กับบริษัทฯ
10.3 สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัทฯ ได้ทำให้ข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่สามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค
10.4 สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูล
ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หากการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้นทำขึ้นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ โดยไม่เกินขอบเขตที่ท่านสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล เว้นแต่เป็นกรณีที่บริษัทฯ สามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของท่าน หรือเป็นไปเพื่อการยืนยันการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการต่อสู้ในการฟ้องร้องตามกฎหมายตามแต่กรณี นอกจากนี้ท่านยังมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาด หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติได้อีกด้วย
10.5 สิทธิในการขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทฯ ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเห็นว่าบริษัทฯ หมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ หรือเมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอเพิกถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูล
10.6 สิทธิในการขอระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทฯ ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านชั่วคราวในกรณีที่บริษัทฯ อยู่ระหว่างการตรวจสอบคำร้องขอใช้สิทธิแก้ไขหรือขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือกรณีที่บริษัทฯ หมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ท่านขอให้บริษัทฯ ระงับการใช้แทน
10.7 สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทฯ แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด โดยท่านสามารถปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามขั้นตอนของบริษัทฯ
10.8 สิทธิร้องเรียน
ท่านมีสิทธิที่จะร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การใช้สิทธิของท่านตามข้างต้นอาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่บริษัทฯ อาจปฏิเสธ หรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิของท่านได้ เช่น บริษัทฯ จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือการใช้สิทธินั้นๆ อาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น หรือบริษัทฯ จำเป็นต้องใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว โดยบริษัทฯ จะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบ
หากท่านต้องการใช้สิทธิตามข้างต้น ท่านสามารถยื่นคำขอมายังบริษัทฯ ตามช่องทางการติดต่อบริษัทฯในข้อ13
11. กิจกรรมทางการตลาด และการส่งเสริมการตลาด
บริษัทฯ ใช้ข้อมูลบางอย่างของท่านเพื่อทำการตลาดที่ตรงตามความสนใจของท่าน เพื่อที่ท่านจะได้รับแจ้งเกี่ยวกับกิจกรรม ข้อเสนอการส่งเสริมการขาย ผลิตภัณฑ์ และบริการที่ท่านอาจมีความสนใจ โดยท่านสามารถดำเนินการยกเลิกการรับแจ้งข้อมูลข่าวสารดังกล่าวจากทางบริษัทฯ ได้
12. การเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ จะทำการพิจารณาทบทวนนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นประจำเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติ และกฎหมาย ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลง
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบด้วยการประกาศข้อมูลลงในเว็บไซต์ของบริษัทฯ หรือช่องทางอื่นที่บริษัทฯเห็นสมควร
13. ช่องทางการติดต่อบริษัทฯ
ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ เพื่อเสนอแนะ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ที่
บริษัท บริษัท ช้าง คอนซูเมอร์ จำกัด
เลขที่ 3/16 หมู่1 ตำบลบ้านปทุม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี 12160
โทรศัพท์ : (+66)2 096 4492
อีเมล : info@changconsumer.com
ภายหลังการลงนามในใบเสนอราคาเพื่อยืนยันการสั่งซื้อสินค้าและบริการ และ/หรือออกใบสั่งซื้อ (Purchase Order) ให้ถือว่าเป็นการยอมรับเงื่อไขการซื้อขายตามรายละเอียดข้างต้น






